ประวัติผู้ก่อตั้งโรงเรียนแห่งชีวิต


ท่านอาจารย์อัจฉราวดี วงศ์สกล

อาจารย์อัจฉราวดี วงศ์สกล (Acharavadee Wongsakon) ลูกศิษย์ตัวน้อยๆ มักเรียกว่า “ครูอ้อย” สำเร็จการศึกษาปริญญาตรีด้านบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยศรีปทุม มีประสบการณ์ทำงานกับหลายบริษัทในธุรกิจสื่อสารมวลชน จนในที่สุดได้ประกอบกิจการ เป็นเจ้าของ ร้าน St.Tropez Diamond (แซงต์โทรแป ไดมอนด์) ผู้เชี่ยวชาญในวงการเพชรมากว่า 20 ปี ซึ่งเป็นที่รู้กันว่าทุกครั้งที่มีการดีไซน์เครื่องเพชร และทำแฟชั่นโชว์ขึ้นมานั้น ล้วนเป็นงานที่มีความพิเศษ ไม่ธรรมดา แต่จิตที่ใฝ่ธรรมจึงเริ่มต้นปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานโดยเป็นศิษย์ท่านอาจารย์โกเอนก้าในปี 2544 เป็นการออกเดินสู่เส้นทางธรรมเป็นครั้งแรกควบคู่กับการเติบโตในวงการธุรกิจเครื่องประดับอย่างก้าวกระโดด ถนนสองสายวิ่งคู่ขนานไป ในขณะที่ยังประกอบธุรกิจอยู่ ก็ได้นำประสบการณ์ชีวิตทั้งทางโลกและทางธรรมมาสอนธรรมะให้กับเยาวชนที่โรงเรียนแห่งชีวิต ซึ่งได้รับความสนใจและประสบความสำเร็จอย่างมากจนเป็นที่กล่าวขานถึงในวงสังคมโดยกว้างและจากสื่อมวลชน ที่ติดตามทำข่าวท่านเสมอ อาทิ รายการเจาะใจ รายการสุริวิภา จนถึงจุดที่ตัดสินใจเลือกทางเดินชีวิต เพราะท่านเห็นแล้วว่า ชีวิตทางโลกียะไม่ใช่ความสุขอย่างแท้จริง จึงได้จัดงานอำลาวงการธุรกิจในชื่องานว่า Memoris of a Million Stars ซึ่งเป็นงานครั้งสำคัญที่อยู่ในความทรงจำของผู้คนในวงการนี้

ด้วยความที่เป็นนักออกแบบที่มีความเชี่ยวชาญ ที่ใส่ใจรายละเอียดทุกอย่าง ท่านจึงเป็นนักธุรกิจเครื่องประดับที่ประสบความสำเร็จและมีชื่อเสียงของสังคมอย่างยิ่ง ได้รับรางวัลนักธุรกิจยอดเยี่ยม Boss of the The Year ได้รับเกียรติคุณคนดี รางวัลผู้หญิงคิดบวก และได้รับรางวัลอีกมาก ประกาศอำลาชีวิตทางธุรกิจ เพื่อสอนธรรมะ เต็มตัวในปี พ.ศ. 2552

ท่านเป็นผู้ก่อตั้งมูลนิธิโรงเรียนแห่งชีวิต และองค์กรโนอิ้ง บุดด้า (Knowing Buddha) เพื่อการปกป้องพระพุทธศาสนา โรงเรียนแห่งชีวิตประสบความสำเร็จมาก และได้รับการยกย่องเป็น 1 ใน 5 โรงเรียนธรรมะชั้นนำจากนิตยสารในเครืออมรินทร์ อีกทั้งท่านยังเป็นผู้ก่อตั้งสถานปฏิบัติธรรมเตโชวิปัสสนากรรมฐาน อำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี มุ่งทุ่มเทอุทิศแรงกายแรงใจ ทำงานเพื่อพระพุทธศาสนาในการกระตุ้นจิตสำนึกชาวพุทธให้ตระหนักถึงหน้าที่ และทำในสิ่งที่พึงกระทำเพื่อปกป้องพระเกียรติพระศาสดา และพระพุทธศาสนาจากการลบหลู่ย่ำยีจากผู้ที่ไม่เข้าใจ

ปัจจุบันท่านสอนธรรมะที่โรงเรียนแห่งชีวิต สอนวิปัสสนาที่เตโชวิปัสสนาสถาน เป็นประธานองค์กรโนอิ้ง บุดด้า เพื่อการปกป้องพระพุทธศาสนา และบรรยายธรรมนอกสถานที่ตามสมควร

หน้าที่ที่ตั้งใจคือการมุ่งทำงานปกป้องพระเกียรติพระศาสดา และทำนุบำรุงพระศาสนาด้วยการสอนธรรม ให้ผู้คนได้เข้าถึงธรรมที่แท้จริง

Master Acharavadee Wongsakon

ผลงานในอดีต

  • เคยเป็นนักออกแบบ นักธุรกิจเครื่องประดับ และเจ้าของธุรกิจเซนต์โทรเพร์ ไดมอนด์ ที่ประสบความสำเร็จอย่างมาก และมีชื่อเสียงของสังคม
  • ได้รับรางวัล Boss of the The Year สาขาธุรกิจเครื่องประดับ ปี 2548
  • ได้รับรางวัลนักธุรกิจยอดเยี่ยม เกียรติคุณคนดี และได้รับเลือกเป็นบุคคลชั้นนำ หนึ่งใน 500 คนจากนิตยสาร ไทยแลนด์แท๊ตเลอร์ 5 ปีต่อเนื่อง
  • ได้รับรางวัล ผู้หญิงคิดบวก "Positive Thinking Award" ปี 2551
  • ประกาศอำลาชีวิตทางธุรกิจ เพื่อสอนธรรมะ เต็มตัวในปี พ.ศ. 2552

งานปัจจุบัน

  • อบรมธรรมะสำหรับเด็ก เยาวชนเพื่อให้ดำรงอยู่ในศีลธรรม
  • สอนธรรมะให้กับผู้สนใจที่โรงเรียนแห่งชีวิต
  • ผู้ก่อตั้งโรงเรียนแห่งชีวิต และก่อตั้งสถานปฏิบัติธรรมเตโชวิปัสสนากรรมฐาน
  • เปิดอบรมเตโชวิปัสสนากรรมฐานสำหรับผู้ใหญ่ บรรยายธรรมนอกสถานที่
  • ประธานมูลนิธิโรงเรียนแห่งชีวิต และประธานองค์กรโนอิ้ง บุดด้า (Knowing Buddha) เพื่อการปกป้องพระพุทธศาสนา

ชีวิตบนเส้นทางธรรม

แม้จะเป็นผู้ประสบความสำเร็จอย่างยิ่งด้านการทำธุรกิจ ขณะเดียวกันก็เกิดความเบื่อหน่ายชีวิตที่วนเวียนอยู่กับมายา ตัณหา และความทะยานอยาก จึงได้ออกปฏิบัติวิปัสสนากับท่านอาจารย์โกเอนก้าในปี 2544 ท่านอาจารย์ปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานตามแนวทางของท่านอาจารย์โกเอนก้าด้วยศรัทธาอันมั่นคง จากนั้นจึงตั้งสัจจะว่าจะต้องนั่งสมาธิเช้าเย็นทุกวัน เมื่อกลับจากทำงาน หรืองานสังคมไม่ว่าจะดึกแค่ไหนก็จะต้องนั่งสมาธิให้ได้ตามสัจจะเช่นนี้ตลอดมา อย่างสม่ำเสมอ แม้ขณะนั้นยังดำรงธุรกิจอยู่ ก็ได้ทำหน้าที่ทุกหน้าที่อย่างดีที่สุด ทั้งหน้าที่ทางโลก และหน้าที่ทางธรรม

SchoolOfLife Place

ก่อตั้งโรงเรียนแห่งชีวิต เพื่อสอนธรรมะให้กับเยาวชน

ขณะที่เป็นนักธุรกิจอีกด้านของชีวิตก็หาโอกาสไปปฏิบัติธรรมเพื่อหาแสงสว่างและเรียนรู้ใจตัวเองอย่างลึกซึ้ง พอเข้าปีที่ 4 เริ่มอยากทำงานด้านธรรมมะ แต่ก็ยังเลิกทันทีไม่ได้ ต้องค่อยเป็นค่อยไป จึงก็เริ่มลดขนาดธุรกิจลง เมืื่อธรรมมั่นคงและได้เห็นความเปลี่ยนแปลงในจิตใจตัวเอง จึงมีความประสงค์ที่จะแบ่งปันประสบการณ์ดีๆ สู่สังคมวงกว้างโดยเริ่มจากเยาวชน โรงเรียนแห่งชีวิต จึงถือกำเนิดขึ้นมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2549 สถานที่เป็นเรือนไทย ณ ซอยสุขุมวิท 67 โดยยึดหลักการสอนธรรมโดยใช้บทเรียนจากชีวิตของนักเรียนเอง แทนการท่องจำตำรา ต้องสอนเข้าถึงหัวใจเด็ก ใช้หลักการเหมือนสอนคนว่ายน้ำ อ่านตำราอย่างเดียวคงว่ายน้ำไม่เป็น แต่ต้องสอนให้เขากระโจนลงไปในน้ำ เขาจะได้รู้ว่าปรุงแต่งเป็นอย่างนี้ สิ่งที่เราต้องรู้จักเป็นอย่างไร


พบกับเตโชวิปัสสนา

อาจารย์ได้ถือตนเป็นศิษย์ของพระอาจารย์สมเด็จพุฒาจารย์โต โดยได้ปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานตามหลักสติปัฏฐานสี่ คือการจุดธาตุไฟในกายมาเผากิเลส ซึ่งด้วยอุบายการภาวนาที่ใช้ธาตุไฟจากในกายมาชำระจิตให้บริสุทธิ์ เพื่อให้เกิดความก้าวหน้าในมรรค มุ่งทำลายด่านทุกข์ทุกด่านให้แตกจนถึงขั้นขุดรากถอนโคนอาสวกิเลสเครื่องดองสันดานเป็นอาสวักขยญาณอันเป็นด่านสุดท้ายเพื่อการจบสิ้นการเวียนว่ายในสังสารวัฏ ท่านจึงเรียกวิธีการปฏิบัตินี้ว่า“เตโชวิปัสสนา”

เตโชวิปัสสนา

เตโชวิปัสสนาคือธรรมของคนจริง ที่เพียรภาวนาเพื่อดับตัณหา ดับความทะยานอยาก เราฝึกจิตให้เข้าถึงความจริงอันกระจ่าง ว่ากันเนื้อๆ ซัดกันจะๆ ลุยกันซึ่งๆ หน้า ไม่มีหลบไม่มีเลี่ยง ไม่มีกดทับความทุกข์ มีแต่เผชิญกับทุกอย่างที่กายและใจประสบอยู่ ด้วยใจที่วางเฉยเป็นอุเบกขาตามหลักสติปัฏฐานสี่ เพียรจุดธาตุไฟในกายมาเผาเหตุแห่งทุกข์คือตัณหา โดยมุ่งตรงไปที่สังขารที่เป็นเครื่องสะสมทุกข์

วิปัสสนาจารย์แห่งกึ่งพุทธกาล

อาจารย์ได้จัดตั้งเตโชวิปัสสนาสถาน จ.สระบุรี แบะเป็นวิปัสสนาจารย์พาเหล่าศิษย์ก้าวสู่ทางลัดตัดตรงสู่นิพพาน ด้วยการภาวนาอย่างจริงจัง จนเมื่อสมควรแก่เวลา อาจารย์อัจฉราวดี จึงได้สละทรัพย์ส่วนตนสร้างธรรมสถาน เพื่อเป็นดินแดนแห่งอริยทรัพย์ เป็นสถานที่ถ่ายทอดวิชา จนได้มีศิษย์ผู้ร่วมเดินทางสายเดียวกัน ได้ประจักษ์อานุภาพของเตโชวิปัสสนา ทุกคนล้วนได้เข้าถึงธรรมอันกระจ่างตามลำดับขั้น

นักภาวนาทุกคนล้วนเป็นผู้ที่มีหัวใจหนักแน่น ล้วนเป็นผู้แสวงหาทางหลุดพ้นด้วยใจที่แน่วแน่ และเด็ดเดี่ยว ทำให้ปัจจุบันมีผู้สนใจเข้าปฏิบัติมากมาย ดินแดนแห่งนี้จึงเป็นดินแดนแห่งการเรียนรู้วิธีออกจากวัฏฏสงสารนี้

Techovipassana Retreat
Techovipassana Retreat